บริการทดสอบทางกายภาพ และจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

บริการทดสอบทางกายภาพ และจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Physical testing and Electron microscope services) More »

Photon & Atom unit More »

 

กฎและระเบียบในการทำปฏิบัติการเคมี

กฎและระเบียบในการทำปฏิบัติการเคมี

อ่านให้ละเอียด ทำความเข้าใจและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ของตัวนักศึกษาเอง
1. แต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าให้เรียบร้อย ไม่มีการใส่รองเท้าแตะโดยเด็ดขาด
2. ใส่เสื้อกาวน์ในการทำปฏิบัติการทุกครั้ง
3. เข้าปฏิบัติการตรงตามเวลา ห้ามเข้าทำในกลุ่มอื่น ถ้ามาช้าเกิน 15 นาที จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำปฏิบัติการ และถ้ามีเวลาเข้าทำปฏิบัติการไม่ครบ 80% จะไม่มีสิทธิเข้าสอบวิชานี้
4. เซ็นชื่อในแบบฟอร์มที่จัดไว้ให้ทุกครั้งที่เข้าทำปฏิบัติการ และเมื่อจะออกจากห้องปฏิบัติการ หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองแล้ว
5. เข้าฟังการบรรยายการอธิบายการทำปฏิบัติการ ตามวันและเวลาที่กำหนดโดยอ่านคู่มือปฏิบัติการมาก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้จะเป็นการอธิบายการทำปฏิบัติการเรื่องที่จะทำในสัปดาห์ต่อไป และควรศึกษาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งก่อนเข้าทำปฏิบัติการ
6. ห้ามทำการทดลองนอกเหนือไปจากที่กำหนดให้
7. บนโต๊ะปฏิบัติการ ควรมีแต่เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น หนังสือและสัมภาระต่าง ๆ ไม่ควรวางไว้บนโต๊ะปฏิบัติการ เพราะจอกจากจะเกะกะกีดขวางแล้วยังอาจเสียหายได้ง่าย
8. ขณะทำปฏิบัติการ ห้ามส่งเสียงดัง เล่น ผิวปาก ร้องเพลง สูบบุหรี่
9. ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ หรืออันตรายใด ๆ ต้องแจ้งให้อาจารย์ผู้คุมปฏิบัติการทราบทันที ถ้าถูกกรด เบส ฟอสฟอรัส หรือ โบรมีน ให้ล้างบริเวณดังกล่าวด้วยน้ำปริมาณมาก ๆ แล้วแจ้งให้อาจารย์ประจำกลุ่มทราบ
10. ห้ามนำสารเคมี และเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ออกจากห้องปฏิบัติการ
11. การใช้ตะเกียงบุนเส็นนั้น ให้จุดตะเกียงใช้เฉพาะแต่เวลาที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น และให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง ก่อนจุดตะเกียง ต้องสำรวจให้แน่ใจว่าไม่มีสารไวไฟอยู่ใกล้ ๆ ถ้ามีแยกออกไปให้ไกลเสียก่อน จุดไม้ขีดก่อน แล้วจึงค่อยเปิดแก๊สและไม่มีการใช้เศษกระดาษต่อไฟจากตะเกียงเป็นอันขาด เมื่อไม่ใช้ตะเกียงแก๊สให้ปิดแก๊สทุกครั้ง ถ้าไม่แน่ใจในวิธีการจุดตะเกียงให้ถามอาจารย์ประจำกลุ่ม
12. การใช้สารเคมีจำพวกกรดและเบส เวลาจะรินใช้ ให้รินออกทางด้านตรงกันข้ามกับฉลากปิดขวด ถ้าจะวางฝาจุกขวด ต้องวางหงายเพื่อกันการปนเปื้อน เมื่อใช้สารเสร็จต้องรีบปิดขวดทันที แล้ววางกลับคืนให้ถูกที่ทุกครั้ง ห้ามใช้วัตถุอื่นใด เช่น หลอดหยด จุ่มลงไปในขวดกรด-เบส เป็นอันขาด
13. น้ำยาเคมี หรือสารเคมี ที่แบ่งมาใช้แล้วมีเหลืออยู่ ห้ามเทคืนขวดเดิม ให้เทลงในภาชนะที่จัดไว้ให้
14. เศษกระดาษ ไม้ขีดไฟ เศษแก้วแตกและของแข็งต่าง ๆ ห้ามทิ้งลงในอ่างน้ำ เพราะจะทำให้ท่ออุดตัน ให้ทิ้งลงในถังขยะที่จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนของเหลวให้เททิ้งล่งในอ่างน้ำ ถ้าเป็นพวกกรด-เบส ต้องเปิดน้ำตามทุกครั้ง ของเหลวพวกสารอินทรีย์บางชนิด เช่น benzene , ethyl alcohol , carbon tetrachloride , acetone เป็นสารพิษไม่มีการเท benzene หรือ carbon telrachloride ลงอ่างน้ำโดยเด็ดขาด ให้เทลงภาชนะที่จัดไว้ให้ส่วน acetone และ ethyl alcohol เทลงอ่างน้ำได้ แต่ต้องชะล้างด้วยน้ำจนหมด ไอของสารอินทรีย์พวกนี้ติดไฟง่ายมาก จึงต้องระวังไม่ให้มีเปลวไฟอยู่ใกล้กับสารเหล่านี้
15. อย่าชิมสารเคมี และถ้าจะดมกลิ่นสารเคมี ให้หันภาชนะออกจากหน้าแล้วให้มือโบกไอสารมาดม
16. ถ้ามีการต้มสาร หรือให้สารทำปฏิกิริยากันในหลอดทดลอง อย่าหันปากหลอดเข้าหาตัวเองหรือผู้อื่นโดยเด็ดขาด
17. อย่าเทน้ำลงในกรดเข้มข้น เพราะปฏิกิริยาจะเกิดอย่างรุนแรง พร้อมทั้งเกิดความร้อนสูงให้เทกรดลงในน้ำอย่างช้า ๆ พร้อมทั้งคนตลอดเวลา นอกจากนี้การละลายสารเคมีบางชนิด เช่น เบสโซเดียมไฮดรอกไซด์ จะเกิดความร้อนสูงมากเช่นกัน จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง และอย่าเผลอจับภาชนะที่บรรจุสารด้วยมือเปล่า
18. การใช้ pipet ต้องใช้ลูกยางในการดูดสารละลายเสมอ ห้ามใช้ปากดูดเพราะสารเคมีจะเข้าปาก และอาจเกิดอันตรายได้
19. ในการทดลองที่มีควันหรือแก๊สพิษเกิดขึ้น ต้องทำการทดลองในตู้ดูดควัน (fumehood) เสมอ
20. เมื่อทำการทดลองเสร็จทุกครั้ง ทำความสะอาดอุปกรณ์และล้างเครื่องแก้วให้สะอาดด้วยผงซักฟอก น้ำประปา แล้วล้างอีกด้วยน้ำกลั่นจำนวนน้อยที่สุด เก็บเข้าตู้ให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องปฏิบัติการจะต้องตรวจดู โต๊ะ และหิ้งวางขวดสารเคมีประจำโต๊ะ ให้อยู่ในสภาพสะอาดและเรียบร้อยทุกครั้ง และนักศึกษาจะต้องนำผงซักฟอก ผ้าเช็ดโต๊ะ ไม้ขีดไฟมาเอง
21. นักศึกษาจะต้องมีสมุดไว้บันทึกการทำปฏิบัติ ต้องบันทึก วันที่ เดือน พ.ศ. และเรื่องที่การทดลอง ตลอดจนข้อมูล และรายละเอียดต่าง ๆ จากการทดลอง ไม่มีการจดลงในฝ่ามือหรือในเศษกระดาษ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎจะโดนหักคะแนนเทคนิค

ตะเกียงมีเกอร์ (Meker Burner)

เป็นตะเกียงที่มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทางเข้าของอากาศกว้างพอที่ให้ปริมาณของอากาศผ่านเข้าในตะเกียงพอสมควร เพื่อให้เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ตะเกียงนี้มีลักษณะดังนี้ ตอนโคนตัวตะเกียงเล็ก แคบและโตกว้างในตอนใกล้ตัวตะเกียง ซึ่งทำให้การผสมของอากาศและก๊าซเหมาะสมดีขึ้น มีตะแกรงลวดนิกเกิลติดอยู่ที่หัวของตะเกียงเพื่อป้องกันเปลวไฟสะท้อนกลับ และให้ความร้อนสม่ำเสมอ อุณหภูมิสูงสุดของเปลวไฟจะอยู่สูงกว่าหัวตะเกียงประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร ตะเกียงมีเกอร์ ใช้สำหรับการให้ความร้อนฆ่าเชื้อและการเผาไหม้ มีการใช้งานในห้องปฏิบัติการเมื่อต้องใช้เปลวไฟที่ร้อนกว่าตะเกียงบุนเสน (Bunsen burner) ตะเกียงมีเกอร์ให้อุณหภูมิเปลวไฟได้ถึง 1,100-1,200 ° C (2,000-2,200 ° F)

เครื่องวัด pH (pH meter)

เครื่องวัด pH (pH meter)

เครื่องวัด pH (pH meter) pH meter หรือเครื่องวัด pH สามารถบอกค่า pH ของสารละลายได้อย่างถูกต้อง เครื่องมือประกอบด้วยอิเล็กโทรด 2 อัน คือ อิเล็กโทรดอ้างอิง (glass electrode) ซึ่งศักย์ไฟฟ้าที่ขั้วแปรตามความเข้มข้นของ H3O+ ของสารละลายที่วัด อิเล็กโทรดอ้างอิง (reference electrode) ซึ่งปกติจะเป็นอิเล็กโทรดคาโลเมลอิ่มตัว (saturated calomel electrode , SCE) แต่นิยมนำมารวมไว้ในอิเล็กโทรดอันเดียวกัน เรียกว่า Combination electrode ซึ่งอิเล็กโทรดจะต่ออยู่กับมิลลิโวลท์มิเตอร์ เมื่อวัด pH ของสารละลาย จะอ่านค่าออกมาได้ทั้งในหน่วยของ pH และหน่วยมิลลิโวลท์ตามแต่จะเลือก

การใช้ pH meter

ตามปกติ ก่อนการใช้ pH meter จะต้องมีการ calibrate เครื่องโดยใช้สารละลายบัฟเฟอร์มาตรฐานที่ทราบค่า pH แน่นอน ที่ใช้กันบ่อย ๆ คือ บัฟเฟอร์ pH 4 , 7 และ 10 ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ผลการวัดที่ถูกต้อง pH meter ที่ใช้จะวัดได้ทั้งค่า pH , millivolt และอุณหภูมิ ดังนั้นในการวัดจึงต้องเลือกฟังก์ชันการวัดให้ถูกต้อง เช่น

ถ้าจะอ่านค่า pH กด read
ถ้าจะอ่านค่า mV กด mode เพื่อเลือกฟังก์ชั่น mV , read
ถ้าจะอ่านค่าอุณหภูมิ กด mode เพื่อเลือกฟังก์ชัน , read

ในการวัด pH ของสารละลาให้ทำเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. ยกอิเล็กโทรดออกจากสารละลายที่แช่ไว้ ฉีดล้างด้วยน้ำกลั่น ซับให้แห้งด้วยกระดาษนุ่ม ๆ
2. จุ่มอิเล็กโทรดลงในสารละลายที่จะวัด
3. กด read เพื่ออ่านค่า pH บันทึกผล
4. ยกอิเล็กโทรดออกจากสารละลาย ฉีดล้างด้วยน้ำกลั่น ซับด้วยกระดาษนุ่ม ๆ ให้แห้ง
5. ถ้าไม่ต้องการจะวัด pH ของสารละลายใด ๆ อีก ก็นำอิเล็กโทรดกลับไปแช่ในน้ำกลั่น

แปรงล้างหลอด (Test tube brushes)

แปรงล้างหลอด (Test tube brushes)

เป็นแปรงใช้ทำความสะอาดหลอดทดลอง

ช้อนตักสาร (Spatula)

ช้อนตักสาร (Spatula)

เป็นอุปกรณ์ใช้ตักสารเคมีที่เป็นของแข็ง

ขวดฉีดน้ำกลั่น (Wash bottle)

ขวดฉีดน้ำกลั่น (Wash bottle)

ขวดพลาสติก บรรจุน้ำกลั่น ใช้ในการฉีดล้างสาร เครื่องแก้ว ฯลฯ

โถทำแห้ง (Desiccator)

โถทำแห้ง (Desiccator)

ตู้ดูดความชื้น (Desiccator) โถทำแห้ง จะมีทั้งลักษณะที่เป็นโถแก้ว และชนิดที่เป็นตู้ (Cabinet) เป็นอุปกรณ์ใช้เก็บสารหรือภาชนะที่ต้องการเก็บไว้ในที่ที่ปราศจากความชื้น หรือใช้เก็บสารที่สามารถดูดความชื้น หรือเกิดปฏิกิริยาได้เมื่อสัมผัสกับอากาศในโถแห้ง จะบรรจุสารดูดความชื้นไว้ สารดูดความชื้นที่นิยมใช้กันคือ silica gel ซึ่งเมื่อปราศจากความชื้น จะมีสีน้ำเงิน และเมื่อดูดความชื้นจนอิ่มตัวแล้วจะมีสีชมพู สามารถนำไปอบไล่ความชื้นที่ 100 C เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้

เครื่องชั่ง (Balance)

เครื่องชั่ง (Balance)

เครื่องชั่ง (Balance) เครื่องชั่ง ที่มีใช้ในห้องปฏิบัติการ จะมีทั้งชนิดที่เป็นเครื่องกลและชนิดที่เป็นเครื่องชั่งไฟฟ้า เครื่องชั่งที่เป็นเครื่องกล จะชั่งน้ำหนักได้ละเอียดถึงทศนิยมสองตำแหน่ง ส่วนเครื่องชั่งไฟฟ้า จะมีทั้งชนิดอ่านได้สองตำแหน่งและสี่ตำแหน่ง ในการชั่งจะต้องรักษาความสะอาดของจานชั่ง ถ้าทำสารเคมีหกเลอะเทอะ จะต้องทำความสะอาดทุกครั้ง สำหรับเครื่องชั่งแบบเครื่องกลหลังจากชั่งเสร็จแล้วจะต้องเลื่อนตุ้มน้ำหนักทุกอันกลับเข้าสู่ตำแหน่งศูนย์เสมอและสำหรับเครื่องไฟฟ้า จะต้องระวังไม่ชั่งสารเกินน้ำหนักที่กำหนดเพราะจะทำให้เกิดความเสียหายได้ อาจารย์หรือนักวิทยาศาสตร์จะเป็นผู้สาธิตวิธีการใช้เครื่องชั่งทุกแบบโดยละเอียดในห้องปฏิบัติการ

เครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge)

เครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge)

เครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge)

เครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge)

เครื่องปั่นเหวี่ยงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแยกตะกอนออกจากสารละลาย โดยใช้หลักการเหวี่ยงภาชนะที่บรรจุสารละลายนั้นด้วยความเร็วสูง สำหรับเครื่องปั่นเหวี่ยงที่มีใช้ในห้องปฏิบัติการเคมีนั้นเป็นชนิดที่ตั้งได้ทั้งความเร็วและเวลาที่จะใช้หมุน สำหรับรายละเอียดอาจารย์จะเป็นผู้อธิบายในห้องปฏิบัติการ แต่หลักสำคัญที่ต้องจำและถือปฏิบัติคือ จะต้องใส่หลอดทดลองในเครื่องปั่นเหวี่ยงให้สมดุลกันเสมอ คือจะต้องใส่หลอดทดลองที่มีสารละลายบรรจุอยู่ปริมาตรใกล้เคียงกันในตำแหน่งตรงกันข้ามทุกครั้ง มิฉะนั้น หลอดจะถูกเหวี่ยงจนแตก ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นักศึกษาจะต้องหยุดการหมุนของเครื่อง และทำความสะอาดภายในเครื่องให้เรียบร้อย ควรศึกษาคู่มือก่อนการใช้งาน

ตู้ดูดควัน (Fume hood)

ตู้ดูดควัน (Fume hood) หรือ (Laboratory chemical fume hood)

ตู้ดูดควัน (Fume hood)หรือ (Laboratory chemical fume hood) ในห้องปฏิบัติการแต่ละห้องจะมีตู้ดูดควันตั้งอยู่ทางด้านหลังของห้อง ตู้ดูดควันนี้จะมีพัดลมดูดอากาศขนาดใหญ่ดูดอากาศที่ผ่านเข้าทางช่องเปิดด้านหน้าออกไปนอกห้องปฏิบัติการทดลองใด ๆ ที่มีควันหรือแก๊สพิษเกิดขึ้น จะต้องทำในตู้ดูดควันเสมอ หลังจากเปิดสวิตซ์ให้พัดลมอากาศทำงานแล้ว จะต้องดึงแผ่นกระจกด้านหน้าลงมาให้เหลือช่องเปิดประมาณ 4 นิ้ว เพื่อให้อากาศผ่านเข้าไปได้ และหลังจากเลิกการทดลองแล้ว ควรทิ้งให้พัดลมดูดอากาศทำงานต่อไปอีกอย่างน้อย 5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่า ไอของสารถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว ถ้าปิดสวิตซ์ทันทีไอของสารอาจควบแน่นตกค้างอยู่ตามท่อ ทำให้เกิดการกัดกร่อนได้

ตะเกียงบุนเส็น (Bunsen burner)

ตะเกียงบุนเส็น (Bunsen burner)

ตะเกียงบุนเส็น (Bunsen burner) เป็นอุปกรณ์ให้ความร้อนและเปลวไฟ โดยใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง เมื่อจุดตะเกียงแล้วจะต้องปรับอัตราส่วนของแก๊ส และอากาศให้พอเหมาะจะได้เปลวไฟสีน้ำเงินที่ให้ความร้อนสูงสุด

ข้อปฏิบัติในการใช้ตะเกียงบุนเส็น

1. สวมปลายสายยางข้างหนึ่งกับท่อโลหะที่ยื่นออกมาจากฐานตะเกียง ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งของสายยางต่อกับท่อก๊าซเชื้อเพลิง

2. ปิดช่องทางเข้าของอากาศที่ฐานของตะเกียงให้สนิท

3. จุดไม้ขีดไฟหรือที่จุดไฟ (lighter) รอไว้ที่หัวตะเกียง แล้วเปิดก๊าซเชื้อเพลิงเข้ามาในตะเกียงจะได้เปลวไฟใหญ่สีเหลือง (luminous flame) หลังจากนั้นค่อยๆ เปิดช่องทางเข้าของอากาศที่ฐานของตะเกียงแล้วปรับให้ได้เปลวไฟไม่มีสี (non-luminous flame) ซึ่งเป็นเปลวไฟที่ให้ความร้อนสูงที่สุด

หมายเหตุ ถ้าเปลวไฟดับหรือมีเหตุการณ์อย่างอื่นเกิดขึ้น ต้องปิดก๊อกก๊าซเชื้อเพลิงทันทีแล้วเริ่มจุดตะเกียงตามขั้นตอน 1 , 2 และ 3 การใช้ตะเกียงบุนเส็นไม่ว่ากรณีใดๆ ต้องใช้เปลวไฟที่ไม่มีสีเสมอ ยกเว้นการทดลองที่ระบุให้ใช้เปลวไฟสีเหลืองเท่านั้น

4. หลังจากใช้ตะเกียงบุนเส็นเสร็จแล้วให้ทำการดับตะเกียงโดยการลดปริมาณของก๊าซที่เข้ามาในตะเกียงให้น้อยลงและโดยการปรับก๊อกก๊าซจนกระทั่งเปลวไฟที่หัวตะเกียงเลื่อนมาเกิดที่ฐานตะเกียง แล้วทำการปิดก๊อกก๊าซทันที

ข้อควรระวัง

1. การสวมสายยางกับท่อก๊าซของตะเกียงหรือท่อก๊าซเชื้องเพลิงที่โต๊ะปฏิบัติการต้องสวมให้แน่น หากสายยางหลุดขณะใช้ตะเกียงไฟอาจจะลุกไหม้ได้

2. การจุดไม้ขีดไฟไปรอไว้ที่หัวตะเกียงก่อนที่จะเปิดก๊าซ อย่าใช้วิธีหย่อนไม้ขีดไฟจากระยะสูงเหนือตะเกียง เพราะจะทำให้ก๊าซที่ออกจากตะเกียงติดไฟในระดับสูงซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

3. สีและขนาดของเปลวไฟขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของอากาศกับก๊าซเชื้อเพลิงที่เข้าทางฐานของตะเกียง